| หนทางนับหมื่นลี...'s profileเปนวัยรุ่นมันเหนื่อยPhotosBlogLists | Help |
|
April 02 Love Letter อัดมาอีกหนึ่ง Blog ละกัน ช่วงนี้ว่างๆ ก็เลยขุดคุ้ยหาหนังมาดู หาหนังสือมาอ่าน เมื่อสองวันที่แล้วฤกษ์งามยามดีก็เลยไปหยิบเอาหนังที่ไปตบของพี่ไฮ้มาตั้งแต่ตอนปีสามมั้ง เอาออกมาดู ตบมานานแล้วพึ่งจะได้ดูเนี่ย (พี่ไฮ้ถ้ามีโอกาสหนูปุ๋มจะเอาไปคืนนะพี่) หนังเรื่องนี้ชื่อว่า " Love Letter "
เรื่องมันมีอยู่ว่า ผู้หญิงคนนึงเค้าทำใจไม่ได้ที่คู่หมั้นเค้าตายไป เวลามันก็ผ่านมาถึงสองปีแล้วแต่เค้าก็ไม่ลืมซะที จนมีวันหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้ไปรู้ที่อยู่เก่าของคู่หมั้นเค้ามา ด้วยความที่ทำใจไม่ได้ว่าคู่หมั้นตายไปแล้วก็เลยคิดว่าจะส่งจดหมายไปตามที่อยู่เก่าของคู่หมั้น นั่นก็เป็นจุดที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา คือ มันดันมีคนตอบจ.ม.กลับมา ซึ่งคนนั้นมีชื่อ-นามสกุลเดียวกับคู่หมั้นเค้าด้วย เรื่องจะเป็นยังไงต่อก็ไปหาดูกันเองละกัน ประทับใจดีนะเรื่องนี้ ลองไปหามาดูกัน
พอดูจบแล้วเลยเกิดคำถามขึ้นในใจว่า รักครั้งแรกมันมีอานุภาพมากแค่ไหนกันน้า... ไอ้เรามันก็ไม่เคยมีเลยไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง เอาเป็นว่า ใครมีก็ช่วยมาเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ย ว่ารักครั้งแรกของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เป็นยังไงกันบ้าง มันยังตรึงติดในใจอยู่รึเปล่า ??
มีอีกนิดนึง คือตอนจบอ่ะ มันจะดูให้ซึ้งก็ได้หรือดูให้เศร้าก็ได้ สำหรับเราอ่ะ เราดูแล้วเศร้าหว่ะ มันเหมือนกับว่า .... เฮ้อไม่อยากเล่าตอนจบเลย....... ทำไงดี เออคือเอางี้คือ ตอนจบเราดูแล้วรู้สึกว่า มันน่าเสียดายมากเลยกับความรักที่คนสองคนมีต่อกัน แต่ต่างฝ่ายต่างไม่บอกไป จนมารู้มันเมื่อสายไปแล้ว แล้วเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งที่ความรักมันมีอยู่อ่ะแต่เราไม่กล้าที่จะบอกมันออกไป .......... เพื่อนๆมีใครที่แอบชอบอยู่บ้างรึป่าว ถ้ามีก็บอกบอกไปเถอะ ดีกว่าต้องมาเสียดายทีหลัง บางทีคนคนนั้นอาจจะแอบชอบคุณอยู่เหมือนกันก็ได้ ใครจะไปรู้ ใช่มะ
ป.ล. บอกบ้างดีมั้ยว้า..............
บางครั้งรักครั้งสุดท้าย อาจเป็นรักครั้งแรก ที่คุณจะไม่มีวันลืม ปลูกต้นคิด(ส์)ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด จบไปแล้วกับการไปค่ายปลูกต้นคิด(ส์)ครั้งที่ 5 ค่ายนี้มีเรื่องราวมากมายอย่างไม่น่าเชื่อเลย มีทั้งเรื่องดีดีและเรื่องวุ่นวายให้เราได้เครียดกันนิดหน่อย แต่ยังไงก็ตามไอ้เรื่องวุ่นวายนั่นแหละเป็นตัวสอนอะไรอะไรเรามากมายเลย เชื่อป่าว??
แรกๆนะเบื่อมากเลยกับค่ายเนี่ย อยากกลับบ้านมากมาก เพราะอะไรอะหรอ ก็เพราะค่ายนี้ส่วนใหญ่เป็นน้องปีหนึ่ง น้องปีหนึ่งไปกันเยอะมากมาก แล้วเราเนี่ยก็รู้จักน้องน้อยมากเลย เรียกได้ว่าแทบจะไม่รู้จักเลยก็ได้ ผิดกับไอ้ข้าวเลย ขานี้นะรู้จักไปหมด แล้วเป็นไง น้องเจอเราก็ทักแต่พี่ข้าวพี่ข้าว งู๊นงี้ งู๊นงี้ นั่นนี่ นี่นั่น.... แล้วเอาไงดีหล่ะกรู ไม่รู้จะคุยกับใคร คุยก็ไม่เก่ง ทำไงดี ก็เลยตัดสินใจว่า..เหงาดีกว่าเว่ย ก็เลยจัดการเหงาซะเลย เหงามากมากจริงจริงขอบอก แต่พอนานนานไปก็เริ่มรู้จักน้องมากขึ้น ก็ดี หลังหลังก็สนุกดี จริงๆมันอยู่ที่ตัวเราเองแหละว่าอยากให้ตัวเองรู้สึกยังไง ถ้าเราทำให้ตัวเองสนุกมันก็สนุกไปเอง ยิ่งช่วงหลังๆ ได้ไปก่อสร้างก็ยิ่งสนุกใหญ่เลย งานใช้แรงงานหล่ะถนัดที่สุดอ่ะ มอออออออ..... แต่สุดท้ายห้องสมุดก็สร้างไม่เสร็จ(เหมือนเคย) เพราะมันมีปํญหาหลายอย่างเหมือนกัน ฟังๆมาจากน้องนพ น้องเค้าว่าที่มันทำช้าก็เพราะฝนมันตกช่วงก่อนที่เราจะไป เค้าเลยวางโครงไม่ได้ แล้วของที่สั่งไปมันก็ชอบมาส่งเลท ประมาณเนี่ย มันก็เลยเสร็จไม่ตรงตามเป้าที่น้องเค้าวางไว้ ส่วนเรื่องสอนพวกเด็กๆ ก็ไม่มีไรมาก กิจกรรมก็มี สอนศิลปะ สอนเรื่องสุขอนามัย ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย เขียนเรียงความ วาดรูป กิจกรรมรักการอ่าน แต่ที่เด็กๆชอบที่สุดก็คงจะเป็นสันทนาการ!!! คือเด็กที่นี่อ่ะไม่เหมือนที่อื่น ไม่เหมือนโป่งเก้งอะเพี่อนๆ คือน้องเค้าคิดจะสันทนาการอย่างเดียวเลย พอสอนก็ไม่ค่อยสนใจ ไม่มีสมาธิ คุยเล่น วุ่นวายมาก แต่พอจะให้เต้นนะ อู้ยยยยยยย พร้อมแล้ว พร้อมแล้ว ตื่นเต้น ตื่นเต้น ...... มะหมี่ มะหมี่ ขูดมะพร้าว ทำกับข้าวอยู่ในครัว ......อู้ยยยยย ดี๊ด๊า เฮฮา โห่ฮิ้ววววมาก แอบเซ็งเหมือนกันนะเนี่ย คือช่วยสนใจเวลาตูสอนหน่อยได้ม้ายยย 555 ค่ายนี้ก็ประมาณนี้แหละ รวมๆ ก็หนุกดี ถือว่าไปปล่อยแก่เป็นครั้งสุดท้าย ครั้งหน้าไม่รู้จะมีโอกาสได้ไปรึป่าว
เข้าชื่อเรื่องหน่อยดีกว่า ที่ว่าค่ายนี้ให้อะไรดีๆกะเราหน่ะก็คือ มันทำให้เราคิดที่จะมองให้กว้างขึ้น คือ ถึงจะเป็นสิ่งๆเดียวกัน แต่ว่าแต่ละคนจะมองมันต่างกันไปตามมุมมองของแต่ละคน อย่างปัญหาที่เกิดขึ้นถ้าเราอยู่ใกล้กับปัญหานั้นเราก็จะมองมันในมุมที่แคบๆ แต่ถ้าเราถอยออกมามองปัญหาในจุดที่ไกลขึ้น เราก็อาจจะมองปัญหานั้นในมุมที่กว้างขึ้น มองในภาพรวม เราอาจจะแก้ปัญหานั้นได้ดีขึ้น ประสบการณ์จากค่ายนี้น่าจะทำให้เราเป็นคนที่มองอะไรไกลขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น (หวังว่านะ) เพื่อนๆลองคิดตามดูนะ ถ้ามีของอยู่ในกระป๋องใบนึง แล้วเราจะไปหยิบของในนั้น แล้วเราก็เอื้อมมือลงไป แต่เอื้อมไปยังไงเราก็ยังหยิบไม่ถึง เพื่อนๆจะคิดว่าไง 1.กระป๋องมันลึกไป หรือ 2.มือเราสั้นไป เห็นป่ะเหตุการณ์เดียวกันมันมองได้หลายอย่าง อยู่ทีเราจะเลือกมองมากกว่าว่าเราจะมองมันในมุมไหน
สุดท้ายเรื่องที่ประทับมากมากจากค่ายนี้ก็คือ การที่ได้รู้จักน้องๆมากขึ้น ทั้งน้องปี1 ที่ยังไม่เคยรู้จัก ก็ได้มารู้จักในค่ายนี้ ส่วนน้องที่รู้จักแล้ว ก็ได้รู้จักน้องมากขึ้น น้องบางคนไม่เป็นเหมือนที่เราคิดไว้เลย เคยคิดว่าคนนู้นเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ แต่พอได้รู้จักจริงๆมันไม่เหมือนที่คิดไว้ เลยได้ความคิดมาอย่างนึงว่า เราดูคนแต่ภายนอกไม่ได้ แล้วก็อย่าพยายามจินตนาการว่าคนนั้นคนนี้เป็นยังไง ถ้าอยากรู้ให้เค้าไปทำความรู้จักเลย ทิ้งอคติทิ้งฟอร์มไปให้หมด เปิดใจเข้าหากัน เราก็จะเข้าใจกันและกันมากขึ้น *-* ดีใจที่ได้ไปค่ายนี้นะคะ ปลูกต้นคิด(ส์)จงเจริญ
.............. ป.ล. พิธีเทียน ซึ้งจัง น้องปีหนึ่งจริงใจกันดี พี่จะเอาเป็นตัวอย่าง รู้สึกชอบการเปิดใจขึ้นมาเลยอ่า........ March 14 เซง เซง เซง สุดจะ เซง เซง เซง เซงจังค่ะ เพื่อนๆ ตอนนี้เพื่อนๆทั้งหลายคงนอนตีพุงอยู่บ้านกันอยู่แน่ๆ แต่ทำไมเรายังต้องมาลำบากตรากตรำ ทำตัวกร้านแดดอย่างนี้เนี่ย
ที่บ่นนี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ก็งานถ่ายภาพอ่ะดิมันยังไม่เสร็จ อาจารย์จะให้ถ่ายอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้เกือบสี่สิบงาน ไม่รู้มีหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทขายฟิล์มรึป่าว
แต่เรื่องที่เซงมันไม่ใช่เรื่องงานเยอะอะไรหรอก มันเรื่องความโง่ของตัวเองเนี่ย ทำไมมันเซ่อซ่า ขี้หลงขี้ลืม ไม่รอบคอบงี้เนี่ย ปวดหัวจิงจิง คิดดูดิเพื่อนๆ คือเมื่อสามวันก่อนเราก็ออกไปถ่ายรูป แบบว่าเช้ายังดึกเลยนะ กะว่าวันเดียวนี่เอาให้เสร็จเลย
แต่ผลที่ออกมาหลังจากเอาฟิล์มไปล้างแล้ว เอาฟิล์มมาดูก็แทบจะร้อง ก็ฟิล์มมันไม่มีภาพขึ้นเลยอ่ะ อยากจะร้องมากกกก แต่ก็คิดว่าไม่เปนไร พร่งนี้เอาใหม่เว้ย ยังมีเวลาเหลือ คิดในใจว่าเราคงล้างฟิล์มไม่ดี
....วันต่อมาก็เอาวะ ทนหน่อยจะจบแล้วเหลืองานนี้งานเดียววว ก็ตื่นแต่เช้าเลยนะ ไปถ่ายๆๆๆๆๆๆ จนถึงตอนเย็นๆ ก็แวะเข้ามหาลัย...ล้างฟิล์ม......(อีกแล้ว) ผลที่ออกมา เฮ้ย อยากจะร้อง!!! เสียอีกแล้วอ่า มันยังไงวะเนี่ย เครียดเข้ขั่วหัวใจเลย มันเสีย (อีกแล้ว) กูอยากตายย ทำไมมันยากเย็นงี้วะ ก็กลับมานั่งคิดว่า ทำไม๊ ทำไม๊ ทำไมมันเสียวะ กูก็ทำดีแล้วนี่หว่า คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก และแล้วก็มีเพื่อนคนนึงถามขึ้นว่า เฮ้ยแกวัดแสงผิดป่าว เราก็เลยฉุกคิดขึ้นมาได้ วิ่งไปดูที่กล้อง และแล้วเราก็รู้ว่าทำไม มันเป็นเพราะความสะเพร่าของเราเองหว่ะ จะโทษใครก็ไม่ได้ ต้องโทษตัวเองอย่างเดียวเลย
คือเราใช้ฟิล์ม iso 100 แต่กล้องมันตัเงอยู่ที่ iso 400 ภาพที่ถ่ายออกมามันก็เลยอันเดอร์ไปหมดไงเล่า ไอ้.....ไม่รู้จะด่าตัวเองว่าไงดี ได้แต่บ่นกับตัวเองเป็นภาษาจีนว่าแมร่งงงง "เหี้ยจิงฮะ" พรุ่งนี้ตูต้องออกไปหน้าดำตากแดดอีกแล้วหรอเนี่ย (ก็เออดิวะก็มึงทำเสียเองหนิ) วันนี้ก็เลยต้องไปถ่ายใหม่ (อีกแล้ว) ผลที่ออกมาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไง ติดตามตอนต่อไปได้ในวันพรุ่งนี้นะเพื่อนๆ เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะ
ถ้าต้องไปถ่ายใหม่อีกกูจะ .... กูจะทำไงดีอ่ะ....ร้องไห้ฟ้องแม่จิงจิงด้วย -*- " January 27 Happy New Year.2006(ช้าไปป่าวว้า....)แหะ แหะ ไม่รู้ว่าช้าไปรึป่าว แต่เอาหนะ เราหน้าด้านอยู่แล้ว มาเคาต์ดาวน์กันดีกว่า.... 3....2....1....0 HAPPY NEW YEAR นะจ๊า....เพื่อนๆ ทุกคน ปีใหม่ที่ผ่านมาเราได้ไปเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทยมาแหละ รู้กันรึป่าวว่าที่ไหน ไม่รู้ไม่เป็นไรเราบอกให้เอง ที่นี่อยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ใกล้ๆกับภูหินร่องกล้า มันมีชื่อว่า ภูทับเบิก หรือ ฉายาของมันก็คือ สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย เหมือนไม่เหมือนก็ดูกันเองละกันนะ
วันแรก...... ตั้งใจไว้ว่าจะออกเดินทางตอนตีห้าครึ่ง แต่แล้วพอถึงเวลาจริง นาฬิกาเข็มสั้นชี้เลขห้า เข็มยาวชี้เลขหกปุ๊ป ก็เป็นเวลาที่เราตื่นปั๊ป 555.... ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่สิ่งเป็นจริงกับสิ่งที่คิดจะไม่ตรงกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาของสัตว์โลก ไม่เป็นไรตื่นสายก็รีบอาบน้ำ จะได้รีบออกเดินทางกัน เอ้า... มากคนก็มากความอีก กว่าจะได้ออกก็นั้น 6.30 ล้อรถก็หมุนไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็มาถึง วิเชียรบุรี ได้เวลากิน กิน กิน ของขึ้นชื่อของที่นี่พื่อนๆก็คงรู้กันอยู่แล้วว่าเปนอะไร ไก่ย่าง ส้มตำ น้ำตก ซกเล็ก นั้นเอง รสชาติเด็ดมากมากกกก ปลาร้านี่เป็นตัวๆเลย กินเสร็จก็ออกเดินทางต่อ อีกไม่นานก็ถึงที่พัก เก็บข้าวเก็บของเสร็จ นั่งๆนอนๆ เดินไปเดินมา รู้ตัวอีกทีอ้าววววว ได้เวลากิน กิน กิน อีกแล้ว เราก็ออกเดินทางไปหาของกินกัน แต่ว่าจำชื่อร้านไม่ได้แล้วอ่ะ เมนูเด็ดร้านนี้ก็คือ เห็ดหอมสดผัด เห็ดหอมสดย่าง เห็ดหอมสดต้มยำ และเห็ดหอมสดอื่นๆอีกมากมาย
วันที่สองที่เพชรบูรณ์ ..... แต่เป็นวันแรกของปี 2549 เริ่มรับวันแรกของปีด้วยความประทับใจเลยแหละ แต่ก่อนจะได้เจอภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่สุดจะสวยงามที่ภูทับเบิก ก็ทำเอาตื่นเต้นแทบตาย ไม่ใช่เรื่องอะไรหรอกก็ตื่นสายอีกนั่นแหละ กว่าจะออกจากที่พักได้ก็ตีห้าครึ่ง กว่าจะขับรถไปอีก ทำเอาตื่นเต้นตลอดทางเลยเพราะกลัวจะไปไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้น ระหว่างขับขึ้นเขาท้องฟ้าก็เริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ เราก็ไม่ถึงจุดชมวิวกันซะที ในรถทั้งพี่ ป้า น้า อา น้องไม่นุ่ง ก็ภาวนากันใหญ่ โอ้ยยยยขอให้ทันเถอะ นะนะนะนะ จนสุดท้ายเราก็มาถึงยอดจนได้ ก็จัดแจงจอดรถกันไป ส่วนเรากะน้องก็วิ่งหน้าวิ่งเลยยยย วิ่งไปประมาณสิบนาทีได้กว่าจะถึงจุดชมวิว เฮ้ออออเหนื่อยคักคัก แต่ก็คุ้มสุดสุดเพราะในสุดท้ายเราก็ไปทันพระอาทิตย์ขึ้น WOWWWWW สวยมากมากขอบอกไว้ ณ ที่นี้ ไอ้เราเห็นวิวมันสวยก็กดกล้องยิกยิกยิกเลย แต่พอเอามาดูตอนหลัง อ้าวเฮ้ยไมภาพมันเหมือนกันหมดเลยวะ 555
หลังจากถ่ายรูปกันเสร็จก็ เดินลงกลับมาที่รถ ระหว่างทางก็เจอเด็กแม้ววว เป็นพี่น้องกันเดินมาขายดอกไม้ อาเห็นว่าน่ารักดีก็เลยชวนคุยแล้วก็ซื้อดอกไม้ คุยไปคุยมาก็เกิดอยากรู้ชื่อของเจ้าเด็กสองคนนี้ ก็ถามไป นี่นี่แล้วหนูชื่ออะไรกันหรอจ๊ะ เพื่อนๆรู้ป่ะเค้าชื่ออะไร 555 เด็กตอบมาว่า ชื่อสันติสุข กับจินตหรา อิอิ ชื่อน่ารักเนอะ ตลกดี
เอออออพอแหละ หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไร ส่วนใหญ่ก็จะเปนเรื่องกิน กิน กิน และก็กิน เออแล้วก็ได้ไปเที่ยวคุนหมิงเมืองไทย เหมือนไม่เหมือนไปดูภาพเอาเองละกันนะจ๊ะ
สรุปว่า ปีใหม่ปีนี้แฮปปี้สุดสุดเลยจ้า........................................... January 23 เย้ เย่ เย้ ทำได้แว้วววเพื่อนๆเย้ ในที่สุด ก็เอาเพลงลงได้ซะที ขอบคุณเพื่อนๆมากนะจ๊ะ ที่มาช่วยสอน ส่วนเพื่อนๆคนอื่นที่ยังทำไม่ได้ก็ พยายามเข้าเน้อ..... เข้ามาดูใน Blog เราก็ได้มีคนใจดีมาช่วยสอนให้ ขอบคุณมากกกมากกกกเลยจ้า....... เงิน - ความรักเงินก็เหมือนกับความรัก เข้ามาในกระเป๋าได้ไม่นานมันก็จากไป
ตอนที่มันจะเข้ามามันก็มีหลายแบบนะ
ทั้งเราไปตามหามันเอง กับมีคนมาหยิบยื่นให้เรา
แบบแรกมันจะอยู่กับเรานานหน่อย เพราะกว่าจะหามาได้เนี่ยต้องพยายาม
ใช้ทั้งแรงกายแรงใจ ดังนั้นเราจึงเห็นค่าของมัน แล้วใช้มันอย่างประหยัด
แต่ถ้าเปนแบบหลังเราจาไม่ค่อยรู้ค่ามันหรอก เพราะมันได้มาง่ายง่าย ใช้แป๊ปเดียวก็หมดแล้ว
เงินกับความรัก
การมีความรักมันมักจะพรากเงินจากกระเป๋าตังค์เราไปด้วย ไม่ว่าจะทำอะไรมันก็ต้องใช้ตังค์ ทั้งกินข้าว ดูหนัง วันเกิด ปีใหม่ วาเลนไทน์ สงกรานต์ วันเด็ก ตรุษจีน เชงเม้ง อู้ยยยย เสียตังค์ทั้งนั้น
แต่มีความรักอยู่อย่างหนึ่ง มันไม่มีวันหมดไปง่ายๆ แล้วมันยังพาเงินมาเข้ากระเป๋าเราอีกด้วย ...........
รู้มั้ยว่าคือ รัก แบบ ไหน
รู้มะว่าคือ อะไร
ก็พ่อ แม่เราไง รักท่านให้มากมากนะ ความรักแบบนี้มีที่เดียวในโลก มีแต่การให้จริงๆๆๆ
ป.ล. อันนี้เรื่องส่วนตัว
ช่วงนี้รายจ่ายเยอะฉิบ ทำงานได้เงินมาก็กระเด็นออกนอกกระเป๋าหมดเวยยย พรุ่งนี้ต้องเอาตังค์ไปซ่อมกล้องอีก เง้อเง้อ ไม่อยากขอตังค์แม่อ่ะ คงต้องควักเงินตัวเองอีกแล้ว หวังว่าคงจะไม่เปนไรมากนะไอ้กล้องเอ๋ย
............. รักไม่ยุ่งมุ่งแต่เงิน ................
|
|
|||||||
|
|